ได้คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร? ถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่?

สำนักงานบัญชี รับทำบัญชี โปรแกรมบัญชี รับจดทะเบียนบริษัท อบรมบัญชี รับตรวจสอบบัญชี

 
 

ได้คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร? ถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีหรือไม่?

   สำหรับเจ้าของธุรกิจและนักบัญชี การได้รับ เช็คคืนเงินภาษี จากกรมสรรพากรย่อมเป็นข่าวดีที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับกิจการ แต่คำถามที่มักตามมาเสมอคือ "เงินก้อนนี้ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร?" และ "ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนสิ้นปีหรือไม่?" ซึ่งบทความนี้จะสรุปคำตอบที่ชัดเจนและถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีและประมวลรัษฎากร จากคำถามที่พบบ่อย 3 หัวข้อดังนี้

1. ได้รับเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ถือเป็น "รายได้" หรือไม่?

   ขอตอบชัดๆ เลยครับว่า "ไม่ถือเป็นรายได้"... เงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ได้รับคืนมานั้น ไม่ต้อง นำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 50) เนื่องจาก

  • หลักการทางภาษี: ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ท่านชำระไปก่อนหน้านี้ (ภาษีซื้อ) เป็นเงินที่กิจการมีสิทธิขอคืนได้ตามกฎหมาย เมื่อได้รับคืน จึงถือเสมือนได้รับเงินต้นของตนเองคืนจากรัฐบาล ไม่ใช่ผลกำไรจากการประกอบธุรกิจ
  • หลักการทางบัญชี: รายการนี้คือการเปลี่ยนสภาพสินทรัพย์ (จากลูกหนี้กรมสรรพากร มาเป็นเงินสด) เท่านั้น

   ข้อยกเว้นที่ต้องระวัง: หากท่านได้รับเงินคืนล่าช้าและกรมสรรพากรมีการจ่าย "ดอกเบี้ย" เพิ่มเติมมาให้ ส่วนที่เป็น เงินต้น ไม่ถือเป็นรายได้ แต่ส่วนที่เป็น ดอกเบี้ย ถือเป็นรายได้อื่น ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีครับ

2. วิธีบันทึกบัญชี เมื่อได้รับเช็คคืนภาษี (Accounting Record)

   เมื่อบริษัทได้รับเช็คหรือเงินโอนเข้าบัญชี ให้บันทึกล้างบัญชีลูกหนี้สรรพากรออก โดยไม่แตะต้องหมวดรายได้ (หมวด 4) ดังนี้

          เดบิต (Dr.) เงินฝากธนาคาร (สินทรัพย์เพิ่ม)

                            เครดิต (Cr.) ลูกหนี้กรมสรรพากร / ภาษีมูลค่าเพิ่มขอคืน (สินทรัพย์ลด)

   ตัวอย่างการลงบันทึก

      สมมติบริษัทได้รับเช็คคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวน 50,000 บาท

รหัสบัญชี

ชื่อบัญชี

เดบิต (บาท)

เครดิต (บาท)

101/102

เงินฝากธนาคาร

50,000

 

11X

ลูกหนี้กรมสรรพากร

 

50,000

(คำอธิบายรายการ: บันทึกรับเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามหนังสือเลขที่...)

3. ทำไมถึงบันทึกแบบนี้? (เข้าใจที่มาของตัวเลข)

   เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ต้องย้อนกลับไปดูตอนที่เกิดรายการขอคืนภาษี

  • เมื่อสิ้นเดือน : เราปิดบัญชีภาษีซื้อ-ภาษีขาย หาก ภาษีซื้อ มากกว่า ภาษีขาย ส่วนต่างนั้นเราจะบันทึกเป็น "ลูกหนี้กรมสรรพากร" (ตั้งเป็นสินทรัพย์รอไว้)
  • เมื่อได้รับเงิน : เราจึงแค่ล้างบัญชี "ลูกหนี้" นั้นออก แล้วเปลี่ยนเป็น "เงินสด" แทน

สรุปส่งท้าย

   การได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) เป็นเพียงการได้รับสินทรัพย์คืน ไม่ใช่รายได้ จึงไม่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล ท่านสามารถบันทึกรับเงินเข้าธนาคารและล้างลูกหนี้สรรพากรได้ทันทีครับ

   เรื่องบัญชีและภาษีมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจ เพื่อความถูกต้องแม่นยำและลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบ หากท่านมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการที่ปรึกษาทางบัญชีมืออาชีพ

 



 

บทความทางบัญชี

ติดตามเราได้ที่